นวัตกรรม

“นวัตกรรม” มีหลายความหมาย แต่หลักๆ คงไม่พ้นเรื่อง “ความใหม่” หรือ “การสร้างสรรเชิงพาณิชย์” แสดงให้เห็นว่า “สิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นนั้นต้องเป็นที่ยอมรับของตลาด” คือคิดแล้วนำไปปฏิบัติ หรือผลิตขึ้นมาแล้วมีประโยชน์ มีคนซื้อ ทำกำไรในเชิงธุรกิจได้ จึงมีคนนิยาม “นวัตกรรม” ว่า คือ “ความคิดสร้างสรรค์ ที่ขายได้”!

ในกรณีที่มีสินค้ารูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้น แต่คนไม่นิยมซื้อ ประกอบธุรกิจไม่ได้ เราเรียกสิ่งนั้นว่าเป็นเพียงสิ่งประดิษฐ์ (Invention) ไม่ใช่ นวัตกรรม (Innovation)
++++++++++++++++++++++++++++++
ทำไมจึงต้องมีการสร้าง “นวัตกรรม”
เพราะ “นวัตกรรม” จะช่วยสร้างความได้เปรียบเชิงธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิพิเศษในการขอรับเงินสนับสนุนจากภาครัฐบาล, การเป็นผู้นำในกลุ่มของตลาดนั้นๆ เพราะยังไม่มีคู่แข่ง และบางนวัตกรรมที่นำไปจดสิทธิบัตร ยังสามารถหาผลประโยชน์ในการขายหรือเช่าสิทธิเหล่านี้ได้อีกด้วย
“นวัตกรรม” ไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้าหรือสิ่งที่จับต้องได้เท่านั้น ยังครอบคลุมถึงเรื่องกระบวนการ, ช่องทาง และงานบริการได้อีกด้วย เช่น เจฟฟ์ เบซอส เปิดเว็บไซต์ http://www.amazon.com/ เพื่อให้บริการจำหน่ายหนังสือแก่คนทั่วโลก โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จะเห็นว่า “หนังสือ” ที่เจฟฟ์ เบซอสจำหน่ายในช่วงแรกนั้น ก็เป็นหนังสือที่มีวางขายตามร้านทั่วไป แต่การพัฒนาโปรแกรม ให้ลูกค้าสามารถสั่งซื้อได้จากเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างหากที่ถือเป็น “นวัตกรรม” ในการให้บริการและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายหรือติดต่อสื่อสารซึ่งไม่จำเป็นต้องพบหน้าเห็นตัวผู้ขายเหมือนในอดีต
การสร้างนวัตกรรม จึงไม่จำเป็นต้องคิดทำอะไรใหม่ๆ เสมอไป เพียงใช้สิ่งที่มีอยู่เดิมมาผนวกกันเข้าก็ได้ เหมือน สินค้าในร้านหนังสือทั่วไป มาบวกกับความสามารถของอินเทอร์เน็ต ก็ได้ “ร้านจำหน่ายหนังสือออนไลน์” แล้ว…
ภายหลัง เว็บแห่งนี้ ได้สร้าง “นวัตกรรม” ในรูปแบบสินค้าที่จับต้องได้ คือเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) ชื่อว่า “คินเดิล” (Kindle) ออกจำหน่าย โดยในรุ่นที่ 2 สามารถดาวน์โหลดข้อมูลเนื้อหาหนังสือต่างๆ ได้ถึง 1,500 เล่ม แถมมีลำโพงออกเสียงให้ฟังอีกด้วย
++++++++++++++++++++++++++++++++
เราจะสร้าง “นวัตกรรม” ได้อย่างไร!?!
การเกิด “นวัตกรรม” นั้น เริ่มต้นจาก “ความคิดสร้างสรรค์” และ “ความช่างสังเกต” คือต้องมีความรู้และความเข้าใจในสิ่งนั้นๆ อย่างถ่องแท้เสียก่อน จึงจะเห็นปัญหา แล้วคิดว่าจะแก้ไขหรือ สร้างประโยชน์ ทำให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้อย่างไร? ดังกรณีศึกษาของ Nubrella ผลิตภัณฑ์ที่จะมาแทนที่ร่มกันฝนกันลมในอนาคต


Alan Kaufman ผู้ประดิษฐ์คิดค้น (ขวา) และ Nubrella สินค้าที่ขายดีจนขาดตลาด และอาจมีส่วนทำให้ยอดขายร่มในอนาคตลดลง…

1. สังเกต ปลายเดือนธันวาคม พ.ศ. 2547 Alan Kaufman อยู่ในแมนฮัตตัน วันนั้นมีลมกรรโชกแรง เขามองไปบนท้องถนน เห็นคนจำนวนมากถือร่ม พวกเขาต้องพยายามบังคับร่มไม่ให้ปลิวไปตามกระแสลม ด้วยความทุลักทุเล เป็นปัญหาทำให้เดินไม่สะดวก เพราะต้องคอยรั้งร่มไปตลอดทาง

2. ตั้งคำถาม ขณะนั้นเขาคิดว่า จะทำอย่างไร จึงจะแก้ไขปัญหานี้ให้คนเหล่านั้นได้

3. บันทึกแนวคิด เขารีบวิ่งไปในห้อง แล้วเริ่มต้นหากระดาษ-ปากกา ร่างแนวความคิดสิ่งที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหานี้ โดยช่วงแรกไม่ได้คำนึงถึงเรื่องที่จะผลิตมันเป็นสินค้าเลย แค่คิดว่าจะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น

4. ศึกษาความเป็นไปได้ วางแผนธุรกิจ เขาใช้เวลา 5 ปี ในการออกแบบ ทดสอบ วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยต้องเดินทางไปประเทศจีนถึง 6 เที่ยว Nubrella จึงกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2550

5. เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ความแปลกใหม่ของรูปร่างอุปกรณ์กันฝน กันลมแบบ Nubrella ประกอบกับประโยชน์ที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาของผู้ใช้ร่มประสบอยู่ ทำให้สื่อมวลชนต่างๆ ในสหรัฐฯ ให้ความสนใจ เกิดตัวแทนจำหน่ายเป็นจำนวนมาก ทำให้สินค้าผลิตไม่พอขาย!

แม้ว่า “นวัตกรรม” จะสร้างคุณประโยชน์ให้กับทุกฝ่าย แต่จะเห็นว่าธุรกิจในประเทศไทยกลับมีพัฒนาการที่เชื่องช้า และที่สามารถนำมาผลิตออกมาเป็นธุรกิจเพื่อจำหน่ายน้อยมาก ส่วนใหญ่ยังเป็นเพียงผลงานวิจัยของเหล่านักวิชาการ ไว้ศึกษาในห้องสมุดเสียมากกว่า

สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะมีเหตุผลสองประการหลักก็คือ เนื่องจาก “นวัตกรรม” เป็นสิ่งใหม่ ผู้ประกอบการธุรกิจส่วนใหญ่ ไม่แน่ใจว่าเมื่อผลิตออกมาแล้วจะขายได้หรือไม่ ในขณะที่ช่วงเริ่มต้นนั้นต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง พวกเขาจึงมองว่า เอาเงินมาผลิตสินค้าที่ตลาดต้องการอยู่แล้ว เพื่อลดความเสี่ยงดีกว่า ปัญหานี้ ภาครัฐฯ จึงตั้งหน่วยงานขึ้นมาสนับสนุนในเรื่องความรู้ และเงินวิจัย เช่น สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (http://www.nia.or.th/)

ประเด็นต่อมา คือเมื่อ “นวัตกรรม” ออกสู่ท้องตลาด ยังไม่ทันขายหรือได้ทุนคืน ก็จะมีผู้ผลิตเลียนแบบ ออกมาจำหน่ายตัดราคา ทำให้สินค้าหมดคุณค่า ราคาตกลงทันที กรณีแบบนี้ ผู้ที่คิดค้นจึงจำเป็นจะต้องศึกษาเรื่องของกฏหมายสิทธิบัตร กับ กรมทรัพย์สินทางปัญญา เสียก่อน (http://www.ipthailand.org/) ว่าจะต้องจดทะเบียนรูปแบบใด จึงจะได้รับสิทธิคุ้มครองการค้าที่ตนอุตส่าห์ผลิตคิดค้นขึ้นมา!

อย่างไรก็ตาม การคิดค้น “นวัตกรรม” ขึ้นมาแล้วถูกก๊อปปี้ ก็มีผู้มองโลกในแง่ดีว่า อย่างน้อยก็ได้ชื่อว่าเป็น “ผู้นำ” ผมเคยถามเจ้าของสินค้ารายหนึ่งซึ่งมักเจอปัญหานี้บ่อยมาก เขาบอกว่า “ต้องคิด ประดิษฐ์ออกมาเรื่อยๆ อย่างน้อยก็ทำให้เราไม่หยุด เกิดการพัฒนาไปเรื่อยๆ คิดในแง่บวกก็คือ สินค้าเราดีจริงๆ เขาจึงกล้าลงทุนทำเลียนแบบ”

หากต้องหาข้อสรุปที่เกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ก็ขอให้จำสั้นๆ เพียงว่า “รักจะเป็นนักธุรกิจ อย่าหยุดคิด”

ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s