ไอเดียมาจากไหน ?

“โอกาส” ก็เหมือน “อากาศ” มีอยู่รอบตัวเรา แต่ใช่ว่าทุกคนจะเห็น….

ความคิดดีๆ ก็ไม่แตกต่างกัน บางครั้ง ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปค้นหาไกล อยู่ใกล้ๆ ก็สามารถพบเจอได้ เพียงแต่ต้องรู้จักมอง รู้จักสังเกตุ รู้จักคิด  และแปลความหมาย แต่การจะทำแบบนั้นได้ ต้องหมั่นฝึกฝน เหมือนเป็นคนขี้สงสัย ว่า สิ่งนี้เกิดขึ้นได้เพราะอะไร, ถ้าไม่เป็นสิ่งนี้จะเป็นอย่างอื่นได้หรือไม่?

การรู้จักตั้งคำถาม….สำคัญกว่าคำตอบ

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์ผู้ค้นพบทฤษฏี สัมพันธภาพ เคยบอกว่า “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้”

“Logic will take you from A to B, Imagination will take you everywhere”

เพราะจินตนาการไม่ได้ถูกจำกัดด้วยกรอบหรือทฤษฏี หากคนเราต้องกระทำตามกฏอย่างเคร่งครัดหรือตลอดเวลา นวัตกรรม ก็จะไม่เกิดขึ้น!

สิ่งใหม่ๆ จะเกิดขึ้นได้ เมื่อความคิดคนกล้าก้าวข้ามความรู้เดิม

การพัฒนาสิ่งใหม่ๆ นั้น สามารถเริ่มต้นด้วยการลองเปลี่ยนวัตถุดิบเดิม, การนำสิ่งของเดิมหลายอย่างมาผสมผสานกัน , การเพิ่มประโยชน์ให้กับของเดิม หรือการแก้ไขปัญหาของสิ่งเดิม  แม้แต่การเปลี่ยน “พฤติกรรม” ที่เคยทำมาแต่เดิม

ถ้าต้องออกจากบ้านไปทำงาน ลองเปลี่ยนเส้นทางเดินใหม่ ก็จะพบเห็นสิ่งใหม่ หรือหากใช้เส้นทางเดิม แต่ลองเปลี่ยนพาหนะในการเดินทาง เปลี่ยนเวลา (ให้เช้าขึ้น) สภาพแวดล้อมรอบตัวเราก็เปลี่ยนไปโดยปริยาย

นพปฏล ฤทธาภัย ผู้จัดการฝ่ายสร้างสรรค์ บมจ.ซีเอ็ม ออร์กาไนเซอร์ บอกวิธีคิดหาไอเดียในการนำเสนอกิจกรรมการตลาดให้ลูกค้าว่ามี 4 ขั้นตอน

  1. รวบรวมข้อมูล การหาข้อมูลในปัจจุบันทำได้ง่ายมาก เพราะสามารถหาจากอินเทอร์เน็ต โดยเสิร์ชเอ็นจิ้น การพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับมิตรสหายในเว็บ โซเชียล มีเดีย เช่น เฟซบุ๊ค ซึ่งมีหลากหลายแนวความคิดที่แปลกและน่าสนใจ
  2. คิดงาน ขั้นตอนนี้จะเป็นช่วงที่ต้อง “ตกผลึก” ความคิดว่าจะต้องทำงานนี้ในรูปแบบใด ซึ่งหากไม่โดนเงื่อนไขของเวลาที่ลูกค้ากำหนด ก็อย่าไปรีดเค้นการทำงานของสมองหนักเกินไป
  3. ออกไปที่ชอบ หากพยายามแล้ว แต่ยังคิดงานไม่ออก ก็ต้องไปผ่อนคลาย เพราะการอยู่ในที่เดิมนานๆ อาจจำเจ จนชิน การเปลี่ยนบรรยากาศจะทำให้สมองเปิดกว้างรับรู้เรื่องใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น เช่น การไปเที่ยวทะเล, ภูเขาหรือสถานที่ที่เราชอบ ข้อสำคัญอย่าลืมเอางานไปคิดด้วย และ ควรใช้เวลาไปศึกษาสถานที่ บริเวณจัดงานด้วย
  4. คิดออก ขั้นตอนนี้ สมควรคิดงานให้ออกได้แล้ว ถ้าไม่ออกอีก แนะนำว่าให้ไปดื่มน้ำเย็น 3 แก้ว แล้วจะคิดออก!

ผู้จัดการฝ่ายสร้างสรรค์คนเดิมยังย้ำเตือนว่า ต้องเข้าใจ “วัตถุประสงค์หลัก” ที่ลูกค้าบรีฟให้ฟังเสียก่อน จากนั้นก็มาศึกษากลุ่มเป้าหมายหลักว่า คือใคร ? (ซึ่งไม่จำเป็นต้องแคบเกินไป)  จากนั้นต้องรู้พฤติกรรมว่า คนเหล่านี้ต้องการอะไร วิถีชีวิตแบบไหน เช่น คนหนุ่มสาวที่จบใหม่ ยังต้องการความสนุกสนาน รื่นเริง แต่สำหรับคนที่เริ่มต้นทำงาน มีเงินเดือน ก็เริ่มที่จะมองหาความมั่นคงของชีวิต การจัดกิจกรรมเพื่อตอบสนองกลุ่มคนเหล่านี้ก็จะต้องทำแตกต่างกันไป โดยข้อมูลเหล่านี้สามารถหาได้จากงานวิจัย หรือนิตยสารธุรกิจอย่าง BrandAge

เมื่อเข้าใจกลุ่มเป้าหมายถ่องแท้แล้ว ก็ต้องมากำหนดกิจกรรมการตลาดว่าควรจะนำเสนออย่างไร(What do we try to deliver ?) พวกเขาจึงจะมีความพึงพอใจ และตรงกับโจทย์ที่ลูกค้ากำหนดไว้

7 แนวคิดในการหาไอเดียเพื่อออกแบบกิจกรรมการตลาด ประกอบด้วย

  1. Product Characteristics การค้นหาจากลักษณะทางกายภาพของผลิตภัณฑ์ เช่น ส่วนผสม, บรรจุภัณฑ์, แหล่งผลิตหรือ หาซื้อได้เฉพาะที่…
  2. Product Heritage ตำนานของผลิตภัณฑ์ การสร้างสัญญลักษณ์  มาสคอต
  3. Way of Using the Product วิธีการใช้สินค้า ที่มีความแตกต่างอย่างโดดเด่น เช่น ขวดปั๊มยาสีฟัน ในขณะที่ส่วนใหญ่เป็นแบบหลอดบีบ
  4. Price Characteristics การอาศัยราคาเป็นจุดขาย เช่นในช่วงแนะนำสินค้า หรือความคุ้มค่าในการใช้
  5. User Characteristics การอาศัยคนดัง เหล่าเซเลบ หรือดารา คนที่น่าเชื่อถือเป็นพรีเซ็นเตอร์ หรือการสร้างชมรมผู้ใช้สินค้าร่วมกัน เช่น แอปเปิ้ล, รถมินิ ฯลฯ
  6. Satisfying Psychological การนำเสนอความพึงพอใจในการได้รับบริการหรือใช้สินค้านั้น เช่น การทำวิจัยสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการ ในขณะทดสอบสินค้า
  7. Image Characteristics การสร้างภาพพจน์ที่ดีให้กับองค์กร เช่นการจัดกิจกรรมรับผิดชอบสังคม

กิจกรรมการตลาด ที่ดีต้องเป็นข้อเสนอที่มีแต่เพียงผู้เดียว, ดีกว่า, ไม่เคยมีมาก่อน, ข้อเสนอนั้นต้องเข้าใจตรงกัน (Single Minded) ที่สำคัญคือต้องสร้างแรงบันดาลใจ (Inspiring) ให้กลุ่มเป้าหมายอยากได้สินค้า หรือเห็นแล้วอยากบอกต่อ

กูรูโฆษณา อย่าง David Ogilvy กล่าวว่า นักสร้างสรรค์ที่ดี จะต้องสร้างงานที่ลูกค้า ตื่นตะลึงรู้สึกเหมือนเพิ่งเห็นเป็นครั้งแรก ดังนั้นนักโฆษณาจะต้องหมั่นศึกษาหรือดูงานมากๆ

แต่สิ่งสำคัญ งาน จะต้องตอบโจทย์ลูกค้า และทำให้คนดูนำไปพูดต่อได้….

ผู้จัดการฝ่ายสร้างสรรค์หนุ่ม จาก CMO Group ขยายความหมายว่า เหมือนเวลาที่เราร้องเพลง “หากว่าเรากำลังสบาย….จงปรบมือพลัน” งาน Event Marketing ที่ดี  บางที ไม่ทันร้องเพลงนี้จบ ลูกค้าก็พร้อมใจกันปรบมืออย่างเชื่อฟังแล้ว….

ผีตาโขนของไทย จะข้ามขนบ ไปปรากฏอยู่ในงาน ฮัลโลวีน เทศกาลผีของฝรั่ง ได้หรือไม่ ?

ข้อความนี้ถูกเขียนใน บทความทั่วไป คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s